วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552

นิทาน

เรื่องไก่ชนผู้เยอหยิ่ง
ยังมีครอบครัวหนึ่ง ชายเจ้าของบ้านมีไก่ชนตัวหนึ่งเขาเลี้ยงไว้เพื่อนำไปชนพนันกับไก่ตัวอื่นๆ ที่สนามชนไก่เป็นประจำ ไก่ชนตัวนี้ได้รับการเลี้ยงดู เอาใจใส่จากเจ้าของเป็นอย่างดี เช่น การอาบน้ำให้ การเช็ดตัวทำความสะอาด ไม่ให้มีหมัด เหลือบไร มารบกวน ส่วนอาหารก็เลี้ยงดูอย่างดี จากข้าว อาหารบำรุง อาหารเสริมอื่น ๆ จนร่างกายแข็งแรง ในตอนเช้าและตอนเย็นของทุกวัน เจ้าของไก่ก็จะพาวิ่งออกกำลังกายและอุ้มอย่างทะนุถนอมตลอดเวลา ทำให้ไก่ชนมีรูปร่างสง่างาม ผิวดี ขนดำแซมแดง สวยงามประกอบกับมีร่างกายอันแข็งแรงเป็นที่ชื่นชมของไก่ตัวเมียหลาย ๆ ตัว แม้แต่ไก่ตัวผู้ด้วยกันเองก็แอบอิจฉาในความสง่างามและความเป็นอยู่อย่างเอาอกเอาใจของเจ้าของที่มีต่อไก่ชน เวลาไก่ชนตัวนี้เดินไปไหนมาไหนก็มีแต่ไก่ชนตัวเมียอยากเข้าใกล้ แต่ไก่ชนตัวนี้ก็ไม่สนใจแถมยังคุยโอ้อวดอีกว่า “อย่างฉันไม่สนใจหรอก ไก่อย่างพวกเธอ ไม่คู่ควรกับฉันหรอก เพราะพวกเธอผอมก็ผอม ทั้งยังสกปรกด้วย ผิวพรรณก็ไม่เห็นน่ารักเลย พวกเธอไม่มีวันได้ฉันเป็นคู่หรอก” ทำให้ไก่ตัวเมียได้ยินแล้วต่างก็ไม่พอใจในคำอวดดีของไก่ชนตัวนี้ยิ่งนัก แม้แต่ไก่ตัวผู้ตัวอื่นๆ ก็ยังถูกไก่ชนตัวนี้ดูถูกว่าต่ำต้อยกว่าเขา รูปร่างก็ไม่งาม ขนก็ไม่สวย ร่างกายก็ไม่แข็งแรงอย่างฉัน แถมยังไล่จิกไก่ทุกตัวที่เข้ามาใกล้เขาได้รับบาดเจ็บไปตาม ๆ กัน ทำให้ไก่ตัวอื่น ๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ แม้แต่ไก่ตัวเล็ก ๆยังถูกไก่ชนตัวนี้จิกเอาแทบตาย ทำให้ไก่ที่อยู่ใกล้ต่างพากันโกรธมากและเล่าถึงความเกเรนั้นไปยังไก่ตัวอื่น ๆ ให้ระวังตัวอาจถูกจิกและตีได้ยิ่งนับวันไก่ชนตัวนี้ก็ยิ่งรังแกไก่ตัวอื่นมากขึ้นเพราะได้รับการเอาอกเอาใจจากเจ้าของเป็นอย่างมาก เพราะเวลาลงแข่งขันไก่ชนตัวนี้ก็ชนชนะทุกครั้ง ทำให้เจ้าของได้รับเงินรางวัลมากมายเวลานอนเจ้าของก็นำไปนอนบนบ้านด้วย อาจจะรักมากกว่าลูกเขาเองด้วยซ้ำไป
เช้าวันอาทิตย์วันหนึ่ง เป็นวันชนไก่ ในสังเวียนไก่ท้ายหมู่บ้านตามปกติ เจ้าของไก่ก็นำไก่ชนตัวเก่งไปท้าชนพนันเช่นเดิม ชาวบ้านนักพนันต่างพากัน ลงเดิมพันกัน เป็นเงินหลายหมื่นบาท เพราะมั่นใจในความเก่งว่าต้องชนชนะคู่แข่งได้เงินรางวัลแน่นอนเหมือนทุกครั้ง เจ้าไก่ชนถูกปล่อยลงสังเวียน เพื่อต่อสู้กับไก่ชนต่างถิ่นด้วยความประมาทในกำลังและความแข็งแรงของตนประกอบกับนึกดูถูกคู่ต่อสู้ แถมยังได้รับคำชมและสรรเสริญจากเจ้าของและคนรอบข้างบ่อย ๆ ทำให้คราวนี้เขาประมาทคู่ต่อสู้ เขาทำท่าทางหลอกล่อ ประมาทกำลังของไก่คู่แข่ง ตีและจิกเบา ๆ และไม่ระวังตัว ทำท่าถอยหลังบ้าง จิกบ้าง จนไก่คู่ต่อสู้ไม่กลัว วิ่งตีและจิกอย่างรุนแรง ด้วยแรงปะทะทำให้ไก่ชนตัวเก่งนั้น ลูกตาข้างขวาไปกระแทกกับขอบสังเวียนที่เป็นตาไม้ไผ่อย่างแรง เป็นเหตุทำให้
“โอ๊ก…โอ้ย ทำไมเรามองไม่เห็น” ไก่ชนผู้ประมาทพูดกับตนเอง ขณะเดียวกันคู่ต่อสู้ ก็ทั้งเตะทั้งจิกลำตัว จิก พร้อมกับกระโดดเตะอย่างสุดแรงเกิด
“เป็นไงล่ะ…เพื่อนถูกฉันเตะงงไปเลยใช่ไหม” คู่ต่อสู้พูดดูถูกอย่างได้ที ไก่ต่างถิ่นเห็นเจ้าไก่ชนผู้ประมาท เข่าอ่อนและท่าทางอิดโรย เขาไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอยรีบวิ่งเข้าประชิดตัว จิก แตะ ถีบพลันวันโดยไม่ได้นับจำนวนครั้ง มีแรงเท่าไรก็จิกเต็มที่
“โอ้ย โอ้ยเรายอมแพ้แล้ว เราเจ็บตา เจ็บหัวเหลือเกิน” ไก่ชนผู้โอ้อวด ร้องอกมาจนเสียงหลง วิ่งหนีรอบ ๆ สังเวียนด้วยความกลัว ในที่สุดก็ล้มฟุบหมดแรงหายใจรวยริน เลือดท่วมตัว
“ไชโย ชนะแล้ว ชนะแล้ว” เสียงตะโกน อย่างดีใจของนักพนันฝ่ายตรงข้าม
“เจ้าไก่ชั่ว ทำให้ข้าหมดตัว มาเป็นอาหารของข้ามื้อเย็นดีกว่า”
ชายเจ้าของไก่ชนกล่าวอย่างอารมณ์เสีย พร้อมกับจับคอไก่ยกขึ้น หิ้วคอเดินกลับบ้านด้วยอาการผิดหวัง
พอถึงบ้าน ก็วางร่างอันบอบช้ำของไก่ชนไว้แคร่ไม้หน้าบ้าน เดินเข้าบ้านอย่างไม่ใยดี เมื่อไก่ชนไม่ได้รับการดูแลในอาการบาดเจ็บ ในที่สุดไก่ชนผู้เคยแข็งแรงและสง่างามก็ทนความเจ็บปวดไม่ได้นาน ก็ตายอย่างน่าสงสาร

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
“ความประมาท เป็นหนทางนำไปสู่ความตาย”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

โปรดแนะนำ ขอบคุณครับ

ผู้ติดตาม

เกี่ยวกับฉัน