เรื่องตีพิมพ์ในนิตยสาร กฎแห่งกรรม ของ บริษัทสำนักพิมพ์ฉลองบุญ
เล่มที่ 40 ประจำเดือน กรกฎาคม 2552 เรื่อง หัวหน้าวินจำเป็น
เล่มที่ 41 ประจำเดือน สิงหาคม 2552 เรื่อง กรรมหารสอง
กรรมหารสอง
นามปากกา อ.อัครเมธี
เรื่องนี้เป็นเรื่อง จริงที่เกิดขึ้น กับแม่บังเกิดเกล้า ของผู้เขียนเอง แม่เล่าให้ผมฟังว่าเรื่องนี้เกิดขึ้น ก่อนที่ผมจะเกิดมา ประมาณ 6 ปี คงเป็น พุทธศักราช 2500 พ่อกับแม่เป็นชาวนา อาศัยอยู่ อำเภอมัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ปัจจุบัน เป็น อำเภอโคกโพธิ์ไชย ธรรมชาติของพ่อเป็นคนขยัน ทำมาหากินมาก งานของแก คือ การจัดหาพื้นที่ทำกิน ขยายพื้นที่ดิน ให้มากที่สุด เพราะที่ดินสมัยก่อนสามารถจับจองกันเอง ไม่ต้องซื้อใคร ถ้าขยันมาก เผาป่า ถางป่า ปรับพื้นที่ป่าให้เป็นที่ทำไร่ ทำนา หรือทำสวน ใครขยันจับจอง บุกเปิดป่า ก็จะได้ที่ทำกินมาก หรือมีบางคน ถึงขนาดทำร้ายกันเพื่อ แย่งที่ดินทำกินกันก็มีไม่น้อย เพราะสมัย 45 ปีที่ ผ่าน บ้านเมือง กันดาล แค่ไหน ก็เป็นที่ทราบกัน ทุกเผ่าพันธุ์ ทุกชาติ ศาสนา ในแถบ ภูมิภาคเอเชียนี้ มีความเชื่อเรื่อง มีวิญญาณ หรือผี อาศัยอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆเช่น ต้นไม้ใหญ่ จอมปลวกขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ เชิงผา ในถ้ำ ต้นไม้ใหญ่ ล้วนแต่มีดวงวิญญาณอาศัยอยู่ทั้งสิ้น ถ้าใครไปลบหลู่ โดยที่ตั้งใจ หรือไม่ได้ตั้งใจก็ตาม และเข้าไปล่วงเกิน ด้วยวาจา การกระทำ ทางกายด้วยพฤติกรรมที่ เกิดความเสียหายแล้ว ผู้ลบหลู่ย่อมได้รับการแก้แค้น และถูกวิญญาณเหล่านั้นทำร้าย ได้ ไหน ไหน ก็เล่ามาถึงตรงนี้ ขอแทรกเรื่อง ขำ ขำ เกี่ยวกับการบนบานดวงวิญญาณ ให้ฟัง สักเรื่อง เรื่องมีอยู่ว่า พี่ทอง กับ พี่เพชร ชวนกันออกไปล่า สัตว์ บนภูเขาสามยอด ที่จังหวัดประจวบคิรีขันธ์ สองคนออกจากบ้าน เดินทางกันด้วยเท้า เดินป่ายิ่งนานยิ่ง ลึก ยิ่งนานก็ยิ่งร้อน ด้วยแสงดวงอาทิตย์ ตอนเที่ยงวัน น้ำดื่มที่เตรียมมาจากบ้าน กินกันจนหมด ก็ไม่หายคอแห้ง เหงื่อออกจนท้วมตัว หรือที่ชาวบ้าน เรียกกันว่า ร้อนตับแตก
“ ร้อนจังเลย มันเกิดอะไร ขึ้นวะ เพชร ร้อนจริง จริง วันนี้ เจ้า ป่า เจ้าเขา เอย ดลบันดาลให้ฝนตกที เถาะ ถ้าฝนตก จะให้เจ้าพ่อ ล่อ เจ้า แม่ที ! ” พี่ทอง เดินไป ก็พูดไป โดยไม่ใส่ใจ กับคำพูด ของตนเท่าไหร่
ครู่ต่อมา ฟ้ามืด ลมพัดแรง เสียงดัง ฟู่ ฟู่ ฝนตกลงมา ห่าใหญ่ ทองกับ เพชร วิ่งหลบสายฝนเข้าไปในซอกเขา แทบไม่ทัน
“ เดือดร้อน แล้วไหมละ พี่ทอง พูดพร่อย ๆ หาเรื่องแท้ แท้ จะเอา เจ้า พ่อมาล่อ เจ้าแม่ ที่ไหน” เพชร ต่อว่า พี่ทอง ด้วยความเป็นห่วง
กลับจากล่าสัตว์ ที่เขาสามยอด ได้ 2 วัน พี่ทอง มาหาเพชรที่ บ้าน
“ เพชร แกไม่ต้องห่วงพี่หรอก พี่แก้บนเรียบร้อยแล้ว ’’ ทองกล่าว
“ พี่อย่าล้อ เล่นน่า พี่ทำไง ” เพชรตอบ
“ คืองี้ เมื่อวานนี้ ตอน หัวค่ำ พี่เรียกลูก สาวและลูกชายมา แล้วบอกว่า วันนี้ ห้ามเรียก พ่อว่าพ่อนะ แต่ให้เรียกว่า เจ้าพ่อ แทน แล้วให้เรียกแม่เอ็งว่า เจ้าแม่ หลังจากทานข้าวเย็นเสร็จ
พี่ ก็จัดการกับเจ้าแม่ จนเรียบร้อย 1 ครั้ง แล้วพี่ก็ออกมานอกบ้าน จุดธูป บอกเจ้าป่า เจ้าเขา ว่าพี่แก้บน เรียบร้อยแล้ว” ทองเล่าอย่างอารมณ์ดี อาละ เข้าเรื่องเสียที พ่อของข้าพเจ้าก็เช่นกัน แกเป็นคนขยัน ทุกวันจะเข้าป่า ชีวิตจะยุ่งอยู่กับ การขยายพื้นที่ เผาป่า ถางป่า ขุดดิน ปรับพื้นดิน
วันหนึ่ง ขณะที่ แกถางป่าไปเรื่อย ๆ ก็พบกับ จอมปลวก ขนาดใหญ่ พ่อใช้จอบขุดจอมปลวกนั้นทันที พ่อนึก ในใจว่า ดีละจอมปลวกนี้ใหญ่ดี คงมีตัวปลวกเยอะ ฉันจะขุดแล้วนำตัวปลวกไปให้ไก่กินดีกว่า แถมปรับพื้นที่ได้อีก พ่อแกพูดกับตัวเอง
บึ๋ก บึ๋ก บึ๋ก เสียงคมจอบ กระทบกับจอมปลวก แต่ ผิวดิน แข็งเกินคาด พ่อใช้ความพยายาม ขุดหลายครั้ง แต่ก็ไม่ระคายผิดดินแม้แต่น้อย พ่อแก่ สงสัยมากว่า มันเกิดอะไรขึ้น ดินตรงนี้จึงแข็งผิดปกติ ดินแข็งจริงๆ พรุ่งนี้ค่อยมาขุดใหม่ดีกว่า พ่อแกบ่นอีกครั้ง แล้วก็หยุดขุด เตรียมตัวกลับบ้าน เพราะท้องฟ้าเริ่มมืด เข้ามาทุกขณะแล้ว หลังจากพ่ออาบน้ำ ทานข้าว เรียบร้อยแล้วเข้านอน ตกดึกแกฝันว่า มีชายร่างกายกำยำ ผิวดำ สูงใหญ่ เดินขึ้นมาบนบ้าน แล้วพูดทักพ่อว่า “พี่ ตอนกลางวันพี่ไปขุดจอมปลวกตรงนั้นมันเป็นบ้านของผม พี่อย่าขุดเลยนะ ผมกับลูกเมียจะไม่มีบ้านอยู่”
ชายผิวดำอธิบาย ขอร้องให้พ่อเลิกขุดจอมปลวก
“ นายพูดอะไร ฉันไม่เชื่อหรอก ตรงนั้น ไม่เห็นมีบ้านใครเลย มีแต่ป่า อย่ามาโมเมดีกว่า หรือนายมีแผนจะหลอกเอาที่ดินของฉัน ” พ่อตอบอย่างไม่สนใจ
“ผมเตือนพี่ดีๆ พี่ไม่เชื่อ แล้วเราจะเห็นดีกัน” ชายผิวดำพูดอย่างอารมณ์เสีย
พ่อเล่าต่อว่า ในความฝันนั้น พ่อได้ทะเลาะกับชายผิวดำนั้นอย่างรุนแรง ถึงขั้นเขาจะเข้ามาทำร้ายพ่อ ขณะที่เขาทำท่าจะชกพ่อ พ่อบอกว่าเขาก็รีบหยิบดาบที่อยู่ข้างตัวออกมาป้องกันตัว ชายผิวดำผงะเล็กน้อย แล้ว ก็กลายร่างเป็นสุนัขผิวดำตัวใหญ่ แยกเขี้ยว ยกเท้าหน้าขู่ คำรามเสียงดัง แล้วกระโดดลงเรือนไป พ่อ พ่อ ตื่นๆๆ เสียงแม่เรียกพ่อ พร้อมกับเขย่าตัวให้พ่อตื่น พ่อตื่นขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น และเล่าความฝันให้แม่ฟัง
“แล้วพ่อเชื่อความฝันหรือเปล่าล่ะ พ่อจะเลิกขุดจอมปลวกที่อยู่ทุ่งนานั้นไหม”
แม่ถามด้วยความเป็นห่วง “ความฝันก็คือความฝัน เป็นจริงไม่ได้หรอก ถึงเป็นจริง พ่อก็มีมีดดาบลงอาคมที่ปู่ให้มา ป้องกันตัว แม่รู้ไหมดาบเล่มนี้ เหล็กทำมาจากตะปู เจ็ดป่าช้า เชียวนะ ” พ่อพูดอย่างคนไม่สนใจ
ต่อมา ความแปลกก็เกิดขึ้น แม่เล่าต่อว่า ทุกวันพระขึ้น 15 ค่ำ แม่จะมีอาการ เจ็บปวดที่ตาข้างซ้าย ตุบ ตุบ เหมือนมีใครมาบีบ ลูกตา ยิ่งดึกยิ่งรู้สึกว่าปวดหนักขึ้นเรื่อยๆ พอถึงเช้าอาการปวดก็หายไป จะมีอาการอย่างนี้ทุกวันพระ ขึ้น 15 ค่ำ จนแม่รู้สึกแปลกๆ บ่อย ๆ ตาแม่เริ่มบวม โตขึ้น เรื่อย ๆ
พ่อ ฉันรู้สึกว่าทุกวันพระ ฉันจะปวดตาบ่อยๆ เป็นเดือนแล้วพ่อรู้ไหม แม่เริ่มมีอาการตาพร่ามัวแล้วนะ แม่กล่าวกับพ่อ “เดี๋ยว วันนี้ไปหาหมอที่โรงพยาบาล ให้เขาตรวจดู” พ่อรับปากจะพาแม่ไปหาหมอ หมอสันนิษฐานว่าดวงตามีอาการอักเสบ ได้รับฝุ่นเข้าไปมาก แล้วจัดยาล้างตา และยาแก้อักเสบมาให้ทานที่บ้าน แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น ยิ่งทุกวันพระขึ้น 15 ค่ำ ตกเย็นๆ ประมาณ 17.00 – 18.00 จะเริ่มมีอาการปวดมากขึ้นเป็นลำดับ
ในที่สุดตาแม่ปวด และเริ่มบวมมากขึ้น จนไม่สามารถมองเห็น แล้ววิธีรักษาอีกแบบของชาวบ้านสมัยนั้นคือ ไปหาหมอธรรม (หมอดูและสามารถรักษาคนได้ด้วยวิธีแผนโบราณ)
“หมอธรรม นั่งหลับตาประมาณ 10 นาที แล้วพูดว่า สามีของพี่ไปทำลายบ้านเขา เขามาขอร้องแล้ว แต่แกไม่เชื่อ เขาจึงกลับมาทำร้าย ครั้งแรกเขาก็เข้ามาทำร้ายสามีพี่ แต่สามีพี่ดวงแข็ง และมีของดีคุ้มครอง เขาทำร้ายไม่ได้ จึงต้องมาทำร้ายภรรยาแทน และเขาก็โกรธมากด้วย เขาบอกว่าต้องทำบ้านให้เขาใหม่ แล้วเชิญเขาไปอยู่ เขาจึงจะยกโทษให้ ด้วยความดื้อรั้นของพ่อ ว่าในโลกนี้ไม่มีผี ผีไม่มีจริง ในที่สุดแม่ก็ได้รับความทุกข์ทรมาน ตาเริ่มบวมมาก ปวดแสบทรมาน หนักๆ เข้าตาแม่บวมได้เท่ากำปั้น แล้วเริ่มเน่า มีหนองแตกมีน้ำหนองไหล ออกมาเรื่อย แม่และพ่อก็พยายามรักษาด้วยการใช้ยาสมุนไพร แบบพื้นบ้าน การรักษาแบบพื้นบ้านก็ผลทำให้ตาที่บวม และปวดอย่างรุนแรงของแม่เริ่มหาย และแผลที่ตาเริ่มแห้งสนิท แต่ดวงตาของแม่หายไป แล้วก็มองไม่เห็น ตั้งแต่บัดนั้น ตาของแม่บอดแล้ว ข้างซ้ายบอดสนิท มองไม่เห็น และแม่ก็พยายามยอมรับกับสภาพให้ได้ว่า เป็นผลของการไปเบียดเบียนคนอื่นเขา เขาย่อมมีสิทธิเบียดเบียนเราบ้าง
ถึงอย่างไรแม่ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็น เพราะผีกระทำจริงหรือไม่ และแม่ก็ไม่ว่าอะไรพ่อ หรอกเพราะถึงอย่างไรท่านก็รักครอบครัว พยามยามหาที่ดินไว้ให้ลูกหลานทำกิน จนมีฐานะมั่งคง เพราะความขยันของท่าน ผู้อ่านจะเชื่อประการใด สุดแต่จะใช้วิจารณญาณของตนในการพิจารณา ดังเข้าตำราว่า “ไม่เชื่อ ก็อย่าลบหลู่”
วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
โปรดแนะนำ ขอบคุณครับ