วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552

นิทาน

เรื่อง ผิดคำสัญญา

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีป่าอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งในป่านั้นมีต้นไม้ใหญ่ ทุ่งหญ้า ต้นไม้แผ่กิ่งก้านสาขาเรียงรายไปด้วยต้นไม้ยืนต้นและดอกไม้นานาพันธุ์ ต่างก็ชูช่อแข่งกันด้วยสีสรรอันแปลกตา พร้อมกับแมลงผึ้ง แมลงภู่ บินชมดอกไม้ ฝูงกวางกระต่ายก็กำลังกินหญ้าอย่างสบายอารมณ์ ในกลางป่านั้นมีบ่อน้ำขนาดใหญ่อันอุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์น้ำหลากชนิด ในบ่อน้ำแหล่งนั้นก็ยังมีเต่าอ้วนตัวใหญ่ตัวหนึ่ง กำลังคลานขึ้นมาจากบ่อน้ำ เพื่อมาพึ่งแดดและหาอาหารกิน ขณะเต่ากำลังนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้นั้นเอง เต่าก็แหงนหน้าขึ้นมองไปบนต้นไม้ ทันใดนั้นเอง เต่าก็เห็นนกหงส์ 2 ตัว เพื่อนเก่าของเขานั้นเองด้วยความดีใจ เต่าก็ร้องทักด้วยเสียงอันดังว่า “สวัสดีจ๊ะหงส์เพื่อนรัก ไม่พบกันนานแล้ว สบายดีหรือเปล่า” เต่าถามหงส์พร้อมกับยกขาหน้าขึ้นทักความดีใจที่พบเพื่อนเก่า “ขอบคุณมากจ๊ะเต่า พวกเราสบายดี และมีความสุขมากเลย” นกหงส์ตอบด้วยอารมณ์แจ่มใส แถมร้องเพลงไปด้วย “เพื่อนมีอะไรดีน ะจึงถึงทำให้มีความสุข เราอยากมีบ้างจังเลยคำว่าความสุข จะมีทำไงดี” เต่าพูดผสมหน้าเศร้า “สิ่งที่ทำให้เรามีความสุขก็คือพวกเราไปเที่ยวเมืองสวรรค์กัน… ในเมืองสวรรค์มีบ้านสวยงาม มีตุ๊กตาให้เล่น มีขนมให้ทาน ผลไม้มากมายรสอร่อย ดอกไม้ก็มีสีสวย พร้อมกับส่งกลิ่นหอมทั้งวันทั้งคืน อากาศก็เย็นสบาย แถมมีเสียงเพลงเพราะ ๆ เบา ๆ เสียงลอยมาสายลม โอ้ย สนุกมาก แล้วก็…เอออ….” เต่าฟังหงส์พูดถึงเมืองสวรรค์ถึงกับนั่งหลับตายิ้มหวานกับอารมณ์อย่างมีความสุขและอยากไปเที่ยวบ้าง “พอ….พอแค่เราฟังเพื่อนพูด เราก็มีความสุขขนาดนี้ ถ้าเราได้ไปพบจริง ๆ คงจะมีความสุขมากจริง ๆ เราอยากไปสวรรค์บ้าง เพื่อนพาเราไปด้วยได้ไหม” เต่าพูดอย่างตื่นเต้น
“ไม่ยากหรอกถ้าเพื่อนต้องการ แต่มีข้อห้ามเพื่อนจะทำได้หรือเปล่า ถ้าทำได้ เราจะพาไป แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าทำได้ ก็ไม่ต้องไปเพราะถ้าทำตามสัญญาไม่ได้ อาจจะตายก็ได้ เพื่อนเต่าลองคิดดูให้ดี ” นกหงส์พูดต่ออย่างเป็นห่วง “ไม่มีปัญหาหรอกนกหงส์ เราทำได้ทั้งนั้น ขอให้เราได้ไปเที่ยวเมืองสวรรค์ก็แล้วกันเราทำได้หมด เพื่อนจะให้เราทำอย่างไรถึงจะไปสวรรค์ได้” เต่าพูดตอบอย่างมั่นใจ “ถ้าเพื่อนแน่ใจและมั่นใจว่าจะทำได้ เราก็จะพาไป ฟังให้ดี…ง่ายๆ ขณะพวกเราพาไปนั้นไม่ว่ามีอะไรเกิดขึ้น ห้ามพูดแม้แต่คำเดียว พอถึงเมืองสวรรค์แล้วค่อยถาม แค่นี้ทำได้ไหม” นกหงส์อธิบายให้เต่าฟัง เต่าก็ฟังอย่างตั้งใจ พร้อมกับยกขาหน้าขึ้นชูพร้อมกัน แล้วกล่าวตอบว่า “ได้เลยเพื่อนแค่ดูเฉย ๆ ไม่พูด เท่านั้นง่ายจะตายเราทำได้ สบายมาก” เต่าพูดอย่างมั่นใจ
“ถ้าเพื่อนรับปากว่าทำได้พวกเราก็จะไปเที่ยวเดี๋ยวนี้เลย เราจะเอาปากคาบกิ่งไม้ตัวละข้าง แล้วให้เพื่อนเต่าอยู่ตรงกลางและเอาปากคาบกิ่งไม้ตรงกลาง คาบแน่น ๆ ห้ามปล่อยนะแล้วพวกเราจะพาเพื่อนบินไป” นกหงส์กล่าวกับเต่าและพร้อมกันเตรียมตัวบิน ทั้งนกหงส์กับเต่าก็พากันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยอาศัยแรง บินของหงส์พร้อมกัน 2 ตัว แล้วสัตว์ 3 ตัวก็ลอยอยู่บนท้องฟ้า ผ่านหมู่บ้าน ทุ่งนา ขณะนั้นเด็กเลี้ยงควายอยู่กลางทุ่งนา มองขึ้นไปบนท้องฟ้าเห็นนกหงส์และเต่าอยู่บนท้องฟ้า เกิดตื่นเต้นร้องตะโกนบอกเพื่อนให้ดูพร้อมกับชี้และตะโกนด้วยเสียงอันดังว่า “เอ้ย เจ้าเติ้ล ดูบนฟ้าซิ เต่าเหาะได้ รีบมาดูเร็ว ๆ เข้า” แล้วพวกเด็กเลี้ยงควาย ต่างก็พากันวิ่งตามดูและตะโกนเรื่อย ๆ ว่า “เต่าเหาะได้ เต่าเหาะได้” ชาวบ้านเมื่อได้ยินก็ชวนกันวิ่งออกจากบ้านมาดู
“เต่าวิเศษ แน่เลย พวกเรามาดูเต่าวิเศษเหาะกันเร็ว” ชาวบ้านตะโกนบอกต่อกันเสียงอื้ออึง พอเต่าได้เห็นเหตุการณ์เช่นนั้น ก็นึกในใจว่า “ฉันไม่ได้เหาะ”
เต่าอึดอัดในใจเต็มทนใจหนึ่งอยากพูด อีกใจหนึ่งก็กลัวผิดคำสัญญากับหงส์ความวุ่นวายของชาวบ้านเริ่มขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุด เต่าก็ทนไม่ไหว จนลืมสัญญา ขยับปากพูดว่า “ฉันไม่ได้เหาะ ปากฉันคาบไม้ต่างหาก” ขณะขยับปากพูดนั้นเอง ปากเต่าก็หลุดออกจากไม้ ทำให้เจ้าเต่า หล่นจากท้องฟ้า กระดองเต่าตกมากระทบกับพื้นดินแตก จนทนความเจ็บปวดไม่ไหว แล้วก็ตายในเวลาต่อมา

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
“ การผิดคำสัญญาพาให้คนพบกับความตาย”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

โปรดแนะนำ ขอบคุณครับ

ผู้ติดตาม

เกี่ยวกับฉัน