ในทุ่งหญ้าและป่าเขา มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มากมายมีนก กระต่าย เสือ กวาง ลิง สุนัขจิ้งจอก ต่างก็อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ต่อมาก็มีกลุ่มนายพรานที่เข้าป่าล่าสัตว์อยู่เป็นประจำ นายพรานจะนำปืนไล่ยิงสัตว์ ทำหลุมดักสัตว์ ทำบ่วงดักสัตว์ ทำให้สัตว์ป่าถูกจับนำไปฆ่าเป็นอาหาร และนำไปขายในเมืองมากมาย ทำให้สัตว์ป่า เกรงกลัวมนุษย์เป็นอย่างมาก พอเห็นมนุษย์เดินเข้ามาในป่า นกจะส่งเสียงร้องบอกข่าวแก่สัตว์ทั่วไป ลิงก็วิ่งหนี สัตว์ต่าง ๆ ในป่าก็ส่งข่าว ส่งสัญญาณกันเป็นทอด ๆ ให้พากันวิ่งหนีเอาตัวรอดจากเจ้ามนุษย์ตัวเล็กนี้ให้ไกล และเร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นถูกจับไปเป็นอาหารแน่นอน เพราะมนุษย์ตัวเล็ก ๆ นี้ฉลาดและเก่งมาก สัตว์ทุกตัวต่างก็เข้าใจตรงกันว่า สัตว์ที่น่ากลัวที่สุดคือมนุษย์นี้เอง แล้ววันหนึ่งลิงเห็นช้างตัวใหญ่เดินมาซึ่งเจ้าลิงเกาะอยู่บนกิ่งไม้เห็นช้างเดินผ่านมาก็ร้องทักว่า “ช้างเพื่อนรัก เจ้าจะไปไหนกัน” ลิงถาม
“เราจะเดินไปกินน้ำที่ลำธาร” ช้างตอบอย่างอารมณ์ดี
“หรือจ๊ะ ช้างท่านรู้อะไรหรือยังล่ะ เดี่ยวนี้มีมนุษย์ เข้ามาจับสัตว์และฆ่าพวกเราบ่อย ๆ เจ้าต้องระวังตัวนะ เพราะพวกนี้ฉลาดและเก่งมาก แม้แต่เสือเจ้าของป่า ยังถูกพวกนี้จับไปขังเลย” ลิงกล่าวกับช้างด้วยความเป็นห่วง “ โอ้ย เราไม่กลัวหรอก แล้วมนุษย์ตัวเล็กนิดเดียว จะมีพิษสงอะไร เรากระทืบทีเดียวก็แบนแล้ว เก่งแค่ไหนเชียว ถ้าเราเจอจะจับทุ่มให้ตายเลย” ช้างตอบด้วยอารมณ์หงุดหงิด แล้ววันนั้นก็มาถึง มีนายพราน เข้ามาในป่าสัตว์ทุกตัวต่างสงเสียงดังและวิ่งหนีกันวุ่นวาย แต่เจ้าช้างตัวโตกลับดีใจ วิ่งเข้าไปหานายพราน พวกนายพรานเห็นช้างวิ่งเข้ามาก็ตกใจวิ่งหนีเอาตัวรอด “ไม่ต้องห่วงเสบียง รีบวิ่งขึ้นต้นไม้เร็ว” นายพรานตะโกนบอกเพื่อน เมื่อเห็นช้างวิ่งตรงมาพวกนายพรานรีบปีนต้นไม้ไปได้อย่างปลอดภัย “ ใคร ใคร เขาก็กลัวเจ้ากันนัก ทำไมวิ่งหนีข้าล่ะ เจ้ามนุษย์” ช้างพูดอย่างผู้มีชัย พร้อมชูงวงขึ้นร้อง “แป้น แป้น” เสียงกึกก้องไปทั่วป่า
หลังจากวันที่ไล่นายพรานจนกลัวแล้ว ต่อมาช้างก็นึกอยู่เสมอว่า มนุษย์ตัวเล็ก ๆ ไม่เห็นตรงไหนน่ากลัว ตามคำบอกของสัตว์ตัวอื่น ๆ เลย
“ไม่เห็นต้องกลัวตรงไหนเลย พวกมนุษย์ซิ กลัวเรา”
ช้างพูดกับตัวเองอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่พบเห็นมนุษย์เข้ามาในป่า เจ้าช้างก็แสดงอำนาจวิ่งไล่มนุษย์อยู่บ่อย ๆ จนเป็นการเล่นที่สนุกของช้าง ที่ทำให้มนุษย์วิ่งหนี แต่ขณะเดียวกันสัตว์ประเภทอื่นต้องวิ่งหนีมนุษย์ ต่อมาเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ก็เกิดขึ้น ขณะที่ช้างกำลังเดินหาอาหารอยู่นั้น เขาต้องสะดุ้ง
“เอ๊ะ เอ๊ะ อะไรติดเท้าเรา” ช้างพูดกับตัวเอง พร้อมกับมองดูที่เท้า แล้วช้างก็พบว่ามีเชือกเส้นเล็ก ๆ ติดเท้าข้างหน้าและข้างหลัง
“เจ้าเชือก จอมเกะกะ กวนใจนัก เดี๋ยวจะเหยียบให้แบน” ช้างบ่น พร้อมขยับขาจะเหยียบเชือก แต่อนิจจา ช้างขยับเท้าไม่ได้ ยิ่งขยับเท้า เชือกยิ่งรัดแน่น แน่นเข้า ๆ จนช้างขยับตัวไม่ได้อีกแล้ว “เกิดอะไรขึ้นกับเราน่ะ โอ้ยเจ็บ” ช้างเริ่มนึกกลัวภัยเข้ามาให้แล้ว “ตุ๊บ” ครู่ต่อมาช้างก็สะดุ้งสุดตัว เมื่อมีสิ่งหนึ่งหล่นลงบนคอ ช้างป่าเริ่มได้กลิ่นอันตรายที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ตัวแล้ว ทันใดนั้นเอง…..
“นี่แนะ เจ้าช้างหน้าโง่ ข้าจับเจ้าได้แล้ว” เสียงนายพรานพูดขึ้นพร้อมกับสับตะขอเหล็กลงบนหัวช้างอย่างเต็มแรง
“โอ้ย อย่า! ข้าเจ็บ ข้ากลัวแล้ว อย่าทำข้าเลย”
ช้างร้องขอชีวิตอย่างน่าสงสาร ดังก้องป่าด้วยความเจ็บปวดและเสียใจจนน้ำตาไหล สำนึกผิดว่า เราไม่น่าประมาทมนุษย์ตัวเล็กเลย เราน่าจะเชื่อคำเตือนของลิง แต่ก็สายเสียแล้วช้างตกเป็นทาสของนายพรานถูกจับไปทำงาน และทำโทษตลอดไปหมดความเป็นอิสระชั่วนิรัน
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
“ คนโง่ ย่อมตกเป็นเหยื่อของคนฉลาด”
วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
โปรดแนะนำ ขอบคุณครับ